Kusatsu Onsen : สักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ Kusatsu Onsen

 

Kusatsu yoi toko, ichido wa o-ide.. มา Kusatsu สักครั้งหนึ่ง เพราะมันเป็นที่ที่มหัศจรรย์มาก..

นี่เป็นคำล่อลวงจากเวบไซต์ของ Kusatsu Onsen.. และแน่นอนว่าเมื่อมีการโฆษณาชวนเชื่อกันขนาดนี้ ฉันก็เลยตัดสินใจไปพิสูจน์สักครั้งหนึ่งตามคำบอกเล่า แต่กลับกลายเป็นว่า Kusatsu Onsen สำหรับฉัน ไม่ใช่สถานที่ที่ควรไป “สักครั้งหนึ่ง” อย่างคำกล่าว

เปล่าค่ะ.. เค้าไม่ได้ขี้โม้ :)

 

แต่เพราะเราควรจะมีครั้งที่สอง สาม สี่ และต่อๆไปสำหรับที่นี่ต่างหาก ;)

ดังนั้นสำหรับฉันในตอนนี้ Kusatsu Onsen จึงมาวินชิงแท่นอันดับ 1 ในใจไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

นอกจากจะเป็นที่หนึ่งสำหรับฉันแล้ว Kusatsu Onsen ยังถูกจัดอันดับให้เป็นออนเซนอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นยาวนานติดกันนับ 10 ปี น้ำพุร้อนที่นี่มีคุณสมบัติที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้เกือบทุกประเภท รวมถึงเชื้อจุลินทรีย์

ซึ่งจะอะไรก็ช่างเถอะค่ะ! เพราะเวลาที่เราแช่น้ำเราคงจะไม่สามารถจำแนกแร่ธาตุใดๆได้ แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนจะรู้สึกถึงความ “พิเศษ” เมื่อได้ลองonsenที่นี่ค่ะ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองนี้ดูจะเป็นที่นิยมมากๆ ขนาดที่ว่าวันธรรมดาก็ยังมีชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยมาเที่ยวที่นี่ (ส่วนมากจะเป็นหนุ่มๆสาวๆเสียด้วย)

Kusatsu Onsen ตั้งอยู่ในจังหวัด Gumna ที่แม้ว่าจะเดินทางไม่ไกลจากเมืองโตเกียวแต่กลับให้ความรู้สึกสงบและมีกลิ่นอายของความเป็นชนบทอยู่ไม่น้อย เมืองเล็กๆที่น่ารักแห่งนี้ตั้งลึกเข้าไปในเขา ดังนั้นแม้จะเป็นช่วงต้นเดือนมีนาคมก็ยังมีหิมะให้เห็นหนาตา ทั้งอากาศก็เย็นยะเยือกพอตัว นับว่าเป็นการจับคู่ที่ดีสำหรับทริปชมซากุระ (Kawazu) และดูหิมะแช่ออนเซน (Kusatsu onsen + Tagarakawa onsen)

ข้อมูลทริปซากุระที่ Kawazu ติดตามได้ที่ -> http://goo.gl/66wKkE

ทริป Tagarakawa Onsen -> เร็วๆนี้นะ ;)

Kusatsu Onsen’s Official Website -> http://kusatsuonsen-international.jp/en

 

การเดินทาง

การเดินทางไปยัง Kusatsu onsen เรียกได้ว่าสะดวก(มาก)และประหยัด(ไม่น้อย) โดยจากสถานี Ueno โตเกียว จะมีรถไฟ Limited Express Kusatsu วิ่งตรงไปยังสถานี Naganohara-Kusatsuguchi ใช้เวลา 2.30 ชั่วโมง หลังจากนั้นต้องต่อรถบัสด้านหน้าสถานี ซึ่งไม่ต้องตามหา.. ไม่ต้องสงสัย.. จุดนี้เรียกได้ว่าต่อคิวกันขึ้นบัสจากในสถานีรถไฟเลยค่ะ 55 สำหรับค่ารถบัสจ่ายตอนลงที่ป้าย Kusatsu onsen ราคา 1,130 เยน (สามารถใช้ JR Rail Pass ได้) และใช้เวลาเดินทางจากสถานีรถไฟแค่ 25 นาทีค่ะ

ป.ล. สำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางไปที่อื่นในแถบ Kanto แนะนำให้ซื้อ Kanto pass ซึ่งจะใช้ได้ในระยะเวลา 3 วันนะคะ ราคา 8,300 เยน เช่น ใช้เดินทางไปค้าง Kusatsu แล้วเดินทางต่อไปยัง Tagarakawa onsen หรือจะไป Kusatsu แล้วกลับมาค้างโตเกียวก่อนไปเที่ยว Kawaguchiko แบบไปเช้าเย็นกลับ ก็เรียกได้ว่าคุ้มมากๆค่ะ ;)

ป.ล.2 ผู้ที่ใช้ Kanto Pass ต้องจ่ายค่ารถบัสเพิ่มเติมนะคะ

ตารางรถไฟและรถบัส สามารถเชคได้ที่นี่เลยค่ะ -> http://goo.gl/dhwZMm

เมื่อมีตั๋วแล้ว เราก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ :)

หน้าตาของรถไฟ Limited Express Kusatsu ที่จะพาเราเดินทางไปยัง Kusatsu Onsen

 

น่ารักจัง

เจ้ารถไฟ Limited Express Kusatsu เป็นรถไฟขบวนหนึ่งที่ฉันชอบมาก คิดเอาเองว่ามันทั้งใหม่และนั่งสบาย จากสถานี Ueno ไปยังสถานี Naganohara-Kusatsu นั่งชมวิวภูเขาแบบเพลินๆเพียงสองชั่วโมงครึ่งก็ถึง

ออกแต่เช้าอย่าลืมซื้อข้าวกล่องไปทานระหว่างทางนะคะ :)

วิวทิวทัศน์ระหว่างทาง

 

สถานีรถไฟปลายทางแห่งนี้ไม่มีความซับซ้อนใดๆเลยค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะหลง หาป้ายรถบัสไม่เจอนะคะ เพราะเมื่อเดินไปตามทางออกสถานีก็จะเห็นผู้คนมากมายที่ต่อแถวกันออกไปยังรถบัสที่จะเดินทางไปยัง Kusatsu Onsen  ค่ะ

รถไฟย้อนยุคที่สถานี Naganohara-Kusatsu

บริเวณหน้าสถานีรถไฟ

สองข้างทางยังคงมีหิมะหนาตาให้เราได้ชมแม้จะเป็นช่วงต้นเดือนมีนาคมแล้วก็ตามที บนรถบัสเปิดเพลงญี่ปุ่นโบร๊าณโบราณประกอบทิวทัศน์ให้เราไปตลอดจนถึงคุซัทสี

ทิวทัศน์ระหว่างการเดินทางไปยัง Kusatsu Onsen จากบนบัส

ต้นเดือนมีนาคมแล้วแต่แถบนี้ยังมีหิมะหนาอยู่เลยค่ะ

เมื่อถึงสถานีปลายทาง Kusatsu อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกสับสนเล็กน้อยค่ะ เพราะรอบด้านไม่มีอะไรบ่งบอกถึงภาพเมืองน่ารักๆที่มีน้ำพุร้อนตรงกลางเลย นั่นเป็นเพราะตัวสถานีรถบัสจะอยู่ห่างจากใจกลางเมือง Kusatsu ไม่ไกล ในระยะเดินเท้าไม่เกิน 10 นาทีค่ะ

การเดินทางไปยังที่พักอาจทำได้ด้วยการเดิน หรือบางโรงแรมก็มีรถมารับค่ะ เราอาจต้องโทรแจ้งโรงแรมเมื่อถึงสถานีรถบัสหรือแจ้งเวลาที่เราจะเดินทางมาถึงล่วงหน้าก็แตกต่างกันไปตามแต่ละโรงแรม ส่วนฉันเลือกที่จะเดินเท้าไปค่ะ :) เนื่องจากว่าที่พักของเราในคืนนี้อยู่ห่างจาก Yubatake ที่อยู่กลางเมืองไม่มากนัก ถ้าเดินไปก็จะได้ชมบรรยากาศเมืองไปก่อนด้วย

 

ควันขโมงที่ Yubatake

ที่ Kusatsu Onsen จะมีไฮไลท์อยู่ไม่มากเนื่องจากเป็นเมืองเล็กๆ ที่สิ่งที่ทุกคนจะได้เจอแน่ๆก็คือ Yubatake

Yubatake เป็นแหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนของ Kusatsu Onsen ซึ่งตั้งอยู่กลางเมือง และยังเป็นที่ๆเหล่านักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย (อาจเพราะตรงนี้มีมินิมาร์ท  555) เราจะเห็นน้ำเขียวๆไหลเป็นน้ำตก พร้อมกับไอร้อนพวยพุ่งเป็นกลุ่มหมอกจางๆ รู้สึกได้ถึงความร้อนโดยไม่ต้องลองเอามือไปแหย่เลยค่ะ :) รอบๆ Yubatake จะมีทางเดินรวมถึงบันไดไม้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมรอบบริเวณอย่างใกล้ชิด รวมถึงไปดูน้ำตกที่ด้านล่างด้วย(น้ำตกไม่ได้สูง เดินสบายๆค่ะ) แต่สิ่งที่ฉันคิดว่าจะเป็นไฮไลท์มากกว่า Yubatake ก็คือบริเวณโดยรอบ ;)

Yubatake

เดินลงบันไดไม้มาชมด้านล่างได้ค่ะ

บริเวณด้านล่าง

Yubatake ถูกล้อมรอบด้วยอาคารต่างๆเป็นลักษณะคล้ายวงกลม ซึ่งตัวตึกเหล่านี้ล่ะค่ะที่มันน่ารักมากกก เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์ญี่ปุ่นและอาคารแบบฝรั่ง แม้แต่ตัวโรงอาบน้ำสาธารณะที่สร้างใหม่ล่าสุดพอถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาๆแล้วชวนให้นึกถึงบ้านขนมปังขิงเลย

ตึกอาคารบริเวณรอบๆ Yubatake

มีเซเว่นด้วยนะ >_<

โรงอาบน้ำ Goza-No-Yu และหิมะหนาๆ

 

ถ้ามองไปด้านข้างโรงอาบน้ำ Goza-No-Yu จะเห็นทางเดินขึ้นไปสู่ศาลเจ้า จากด้านบนเราจะสามารถมองเห็นวิว Yubatake ในมุมสูงค่ะ แต่ในช่วงเดือนมีนาคมที่เราเดินทางไปการขึ้นไปด้านบนค่อนข้างลำบาก เนื่องจากหิมะเกาะตัวกันเป็นน้ำแข็งและลื่นมาก บางจุดก็เป็นแอ่งที่เกาะตัวเป็นน้ำแข็งด้านบน ถ้าเผลอเหยียบลงไปล่ะก็ โผล๊ะ! เปียกน้ำเย็นยะเยือกไปทั้งเท้าเลยทีเดียว T___T ดังนั้นหากจะเดินขึ้นไปก็ต้องระวังด้วยนะคะ และไม่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุค่ะ ^^

วิวเมืองจากมุมสูงค่ะ

ศาลเจ้า

 

นอกจากนี้บริเวณแถว Yubatake ยังเป็นที่ตั้งของ โรงอาบน้ำ Netsu no Yu ซึ่งเป็นโรงอาบน้ำเก่าแก่ ที่นี่มีความพิเศษคือจะมีการแสดง Yumomi เป็นการลดอุณหภูมิน้ำแบบดั้งเดิมค่ะ เนื่องจากน้ำพุร้อนที่ Kusatsu Onsen นั้นค่อนข้างร้อนมาก ดังนั้นเพื่อที่จะให้คนแช่ได้อย่างสบายจะต้องทำการลดอุณหภูมิน้ำลงก่อน ในอดีตที่นี่จะใช้วิธีกวน(ตี)น้ำค่ะ ถึงแม้จะทำการลดอุณหภูมิลงแล้ว น้ำพุร้อนของที่ Kusatsu ก็ยังถือว่าร้อนอยู่ดีนะคะ แต่กลับแช่ได้สบายๆ(แปลกมากๆ) น่าเสียดายมากๆในช่วงที่ฉันไปโรงอาบน้ำนี้ปิดปรับปรุงเลยไม่ได้มีภาพบรรยากาศมาให้ชมกันเลย ;(

ภาพการแสดง Yumomi จากเวบไซต์ Japan-Guide.com

มาสคอตของ Kusatsu Onsen ค่ะ ฝาท่อที่นี่ก็เป็นรูปมาสคอตตัวนี้เช่นกันค่ะ

 

โป๊ๆกลางแจ้ง

Highlight  อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดมากๆ (แต่เราก็พลาด T_T) ก็คือ บ่อกลางแจ้งที่ชื่อ Sai No Kawara ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก สามารถลงแช่ได้มากกว่า 100 คนพร้อมๆกัน

บ่อกลางแจ้งนี้จะตั้งอยู่ใน Saino Kawara Park ท้ายหมู่บ้าน จาก Yubatake ให้เดินไปตามถนน Sai No Kawara ซึ่งจะเป็นตรอกให้เราเดินชมวิวอาคารบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นโบราณแบบเพลินๆ ร้านรวงสองข้างทางน่ารักจุ๊กจิ๊กมากค่ะ ชวนให้ถ่ายภาพได้เรื่อยๆ ร้านมันจูออนเซนควันฉุยก็ชวนให้ลิ้มลองไม่น้อย

ถนน Sai No Kawara

ร้าน Cotton Bear ขายของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารัก :)

ภายในร้าน

ร้านนี้ขายปลาย่างด้วย คนรอซื้อกันเยอะมาก

ทางเข้าสวน Sai no Kawara เป็นจุดที่ฉันอยากจะแนะนำให้ทุกคนไปค่ะ โดยเฉพาะถ้ามาเที่ยวในช่วงที่ยังมีหิมะด้วยแล้ว เราจะเห็นควันลอยจากธารน้ำเล็กๆที่ไหลผ่านขนาบกับทางเดิน และหิมะขาวโพลนที่ตัดกับต้นไม้เขียวๆ บรรยากาศตรงนี้ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก(และหนาวเยือกน้ำมูกไหลไปในคราวเดียวกัน)

ที่ Sai No Kawara Park นั้นมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยก่อนน้ำพุร้อนตรงนี้ไม่ค่อยมีคนมา เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นน้ำพุร้อนปีศาจ เพราะจะมีเสียงที่เรียกกันว่า “กาต้มน้ำปีศาจ” ซึ่งก็คือเสียงของน้ำพุร้อนนั่นเองค่ะ แต่ที่แปลกก็คือเสียงจะหายไปเมื่อเราเดินใกล้ถึงบริเวณที่ตั้งของน้ำพุร้อน และจะได้ยินอีกเมื่อตอนที่เดินกลับออกมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีเสียงแบบนี้อยู่หรือเปล่า เพราะฉันได้ยินแต่เสียงน้ำไหลไปตามลำธาร(หรืออาจเป็นเพราะไม่ได้เดินไปถึงบ่อก็เป็นได้นะคะ ^^) แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้บ่อน้ำพุร้อน Sai No Kawara  เป็นสถานที่ฮอตฮิตไปแล้ว ตรงข้ามกับความหงอยเหงาในตำนานโดยสิ้นเชิงค่ะ

เข้าสู่บริเวณ Sai No Kawara Park

ธารน้ำ(พุร้อน)

 

นับเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างที่สองของการมาเยือน Kusatsu Onsen ของฉัน เพราะบ่อกลางแจ้งก็ปิดซ่อมแซมเช่นกัน แต่ถึงจะเปิดให้บริการ ในช่วงต้นเดือนมีนาคมแบบนี้เส้นทางเข้าไปจับตัวเป็นน้ำแข็งและค่อนข้างลื่นมาก ไม่แน่ใจว่าหากบ่อออนเซนเปิดบริการตามปกติแล้วจะมีการดูแลทางเดินดีขึ้นหรือเปล่า แต่ฉันเชื่อว่าถ้าได้แช่น้ำกลางอากาศหนาวเย็นแบบนี้ ก็น่าจะแฮปปี้ไปอีกแบบนะ >__<

บ่อกลางแจ้ง Sai No Kawara ต้องเดินเข้าไปทางนี้ค่ะ แต่ทางเดินลื่นมากถึงมากที่สุดเพราะจับตัวเป็นน้ำแข็งหมดเลย

 

น้ำพุร้อนประดับไฟ

ช่วงที่ฉันเดินทางไป Kusatsu ตรงกับการจัดงาน Yubatake Special Illumination พอดีเลยค่ะ งานนี้จะจัดขึ้นแค่ปีละครั้งเท่านั้น โดยที่ Kusatsu Onsen จะทำการประดับไฟบริเวณ Yubatake พอตกกลางคืนนักท่องเที่ยวก็จะใส่ชุดยูกาตะ(ท้าลมหนาว)ออกมาเดินเล่นดูไฟ แล้วก็แช่ออนเซนเท้าแถวนั้น คู่รักหลายๆคู่ๆก็พากันเดินขึ้นไปที่ศาลเจ้าซึ่งก็เปิดไฟสว่างสไวเหมือนกัน ไม่ถึงกับขนาดคึกคักแบบหนาแน่นเพราะเป็นวันธรรมดา แต่ให้อารมณ์ชิลๆแบบอบอุ่น สบายๆค่ะ :)

ข้อมูลงานเทศกาลที่จังหวัด Gunma สามารถเชคได้ที่นี่ค่ะ -> https://goo.gl/UapFCy

เหล่าหนุ่มสาวมาแช่เท้ากันข้างๆ Yubatake

ศาลเจ้าก็ยังมีคนขึ้นไปอยู่ค่ะ

บรรยากาศตอนกลางคืน

 

ที่พัก

ที่พักในคราวนี้ฉันเลือกเป็นเรียวกังที่มีอาหาร 2 มื้อค่ะ (Half-board) ตอนแรกก็ไม่อยากได้แบบมีมื้ออาหารเย็นเลย เพราะมันค่อนข้างเยอะ(มื้อเย็นแบบ Kaiseiki) แต่เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ฉันจึงไม่แน่ใจว่าร้านอาหารจะมีมากน้อยแค่ไหน และเปิดดึกหรือเปล่า แต่พอได้มาก็พบว่าจริงๆแล้วตรง Yubatake มีร้านเนื้อย่างอยู่ร้านนึงค่ะ อร่อยและไม่แพงมากด้วย บอกว่าเผื่อจะเป็นทางเลือกนะคะ :)

ร้านนี้อร่อยใช้ได้เลยค่ะ กลางคืนก็เปิดนะคะ :)

 

เรียวกังที่ฉันพักชื่อ Kusatsu Onsen Boun อยู่ใกล้ Yubatake ห่างแค่ระยะเดินเท้าไม่เกิน 5 นาที แต่.. ทางขึ้นไปยังเรียวกังนี่จะเป็นเนินค่อนข้างชัน แม้ไม่สูงแต่ก็พอเหนื่อยนะคะ ถ้าเป็นผู้อาวุโสหน่อยล่ะก็อาจมีการขอพักกลางทาง 555 และถึงแม้ว่าเรียวกังจะเข้าออกได้สองทาง แต่ก็แนะนำให้เดินขึ้นเนินค่ะ เพราะมันแค่นิดเดียว หากไปอีกทางล่ะก็จะรู้สึกได้เลยว่าอ้อมและเจอเนินมหากาพย์กว่านี้แน่ๆค่ะ(เรื่องนี้มั่นใจมากเพราะลองมาแล้วค่ะ  T___T)

เนินขึ้นเรียวกัง ดูเหมือนไม่ชันมากค่ะ

ห้องพักของเราเป็นแบบ Superior Japanese-Style Room ค่ะ ด้วยความที่เราไม่แน่ใจว่าที่นี่มีลิฟท์รึเปล่าก็เลยขอห้องพักอยู่ชั้นล่างเนื่องจากมีผู้สูงวัยไปด้วย ห้องก็เลยมีระเบียงให้ออกไปนั่งดูสวนหิมะเล็กๆด้วย (ที่นี่มีลิฟท์นะคะ)

ภายในห้องพัก

ระเบียงของห้องพัก

หิมะหนาๆ

สาเหตุหลักที่ทำให้ฉันเลือก Kusatsu Onsen Boun ก็เพราะโดนหลอกล่อด้วยรูปออนเซนของเรียวกังที่ดูดีมากกก(ซึ่งของจริงก็ดูดีและสะอาดมากค่ะ) แล้วยังมีหลายบ่ออีกต่างหาก รวมๆแล้วจะมีในร่ม 4 บ่อและกลางแจ้ง 4 บ่อค่ะ สลับเวลากันไประหว่างหญิงชาย และเปิดตลอดเกือบทั้งคืน นอนไม่หลับก็ลุกไปแช่ได้

น้ำในออนเซนของที่นี่ยังเป็นน้ำใหม่ ไม่ใช่แบบหมุนเวียนด้วยนะคะ สรุปว่าตลอดหนึ่งคืนที่พัก แช่ไป 3-4 ครั้งได้ค่ะ เรารู้สึกได้เลยว่าน้ำดีมากๆ ผิวก็ดูนุ่มลื่นมือ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่ความสบายของการแช่น้ำที่นี่ไม่ได้คิดไปเองแน่ๆค่ะ เพราะคนที่ไปด้วยกันก็ยังคิดเหมือนกันเลยว่า ชอบมากกว่าที่ Takaragawa เสียอีก :)

ภาพ onsen ที่ Boun จาก booking.com

ภาพ onsen ที่ Boun จาก booking.com

สำหรับอาหาร ค่อนข้างเฉยๆค่ะ ไม่ได้อร่อยมากแต่ไม่ได้แย่ แต่ก็ต้องบอกว่าเราไม่ใช่สายกินค่ะ =__= เลยไม่ได้คิดมากเท่าไหร่ ถ้าบางคนที่ถือเรื่องอาหารมากๆอาจจะไม่ค่อยประทับใจเพราะถ้าเทียบกับหลายๆเรียวกังที่เราเคยพัก อาหารที่นี่ก็ถือว่ารสชาติและปริมาณระดับกลางๆเท่านั้นค่ะ

ส่วนของห้องพัก เรียวกัง และอาหาร ภาพที่เราถ่ายมาสั่นไหวรัวๆมากๆ เลยขอยกยอดไปไว้ในวิดีโอที่จะตามมาทีหลังนะคะ >_< เผื่อจะได้เห็นบรรยากาศชัดเจนมากขึ้นหากจะตัดสินใจไปเข้าพักที่นี่ค่ะ :)

 

ข้อมูลเกี่ยวกับ Kusatsu Onsen และ จังหวัด Gunma  เชคได้ที่ Official Website ได้เลยค่ะ ข้อมูลดีมากๆ แล้วยังมีภาษาไทยด้วย สะดวกสุดๆ ตาม link ด้านล่างเลยค่ะ

Kusatsu Onsen’s Officail Website

Gunma’s Official Website

หวังว่าที่นี่จะถูกใจใครหลายๆคนและเลือกเป็นอีกหนึ่งปลายทางในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนะคะ

Tips: แนะนำให้ไปวันธรรมดาเพราะราคาที่พักจะถูกกว่ากันมากเลยค่ะ และเดินทางไปถึงเร็วๆจะดีมากค่ะ หรือไม่ก็ค้างซักสองคืนเลย เพราะจริงๆที่นี่มีโรงอาบน้ำสาธารณะเยอะมาก บางแห่งยังมีการแช่ที่เป็นลักษณะเฉพาะของที่ Kusatsu ด้วย ถ้ามีเวลาเหลือ หรือมีแพลนที่ไม่เร่งรีบก็น่าลองนะคะ :)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s